Private Heart [Heart-17]

posted on 02 Apr 2008 18:12 by pampy  in PrivateHeart

Title: Private Heart
Author: pampy
Category: Drama, Romance
Pairing: Yunho/Jaejoong
Rating : NC-17,Rate-R

หมายเหตุ ทีพีโอดี “TPOD” ย่อมาจาก ‘The Pazsion of Deva’


[Heart-17]

กลิ่นหอมปนฉุนของเครื่องเทศอบอวลไปทั่วอากาศหนาวที่โรยรายรอบข้าง เสียงฉ่าที่ดังขึ้นเมื่อเนื้อสดเสียบในไม้เรียววางลงบนตระแกรงอันใหญ่ที่ด้านใต้มีกองไฟย่อมๆกับถ่านสีแดงฉานอยู่ เหล่าสมาชิกก๊วนเฮฮาของวงร๊อคส่งเสียงเจี๋ยวจ๊าวดังไม่เกรงใจชาวบ้านเพราะขึ้นมาปาร์ตี้บาร์บีคิวท้าลมหนาวในวันคริสมาสอีฟถึงบ้านเดี่ยวบนเชิงเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะห่างจากตัวที่พักใหญ่พอสมควร ไม่หวั่นเกรงแม้พยากรณ์อากาศที่แจ้งเตือนว่าพายุจะเข้าในกลางดึกสักนิด

“อ๊า~ อันนั้นของผมนะ” น้ำเสียงของน้องเล็กชิมชางมินโอดครวญเมื่อเนื้อย่างที่ตนสู้อุตสาห์รอคอยเวลาที่มันสุกจนหอมหวานกลับโดนพี่ฮีซอลแย่งไปทานหน้าด้านๆเสียอย่างนั้น ถึงเจ้าของจะแสดงสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ในเมื่อเนื้อชิ้นนั้นหายไปในกระเพาะของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

“พี่แจจุงหายไปไหนแล้วล่ะ” ดงแฮเอ่ยปากถามขึ้นเมื่อเห็นว่านักร้องนำของวงที่รับปากว่าจะออกมาร่วมวงด้วยหายเข้าไปในบ้านพักนานแล้ว จุนซูมองเข้าไปในบ้านก่อนจะสะกิดคนที่นั่งข้างๆวานให้เอาจานบาร์บีคิวที่ปิ้งสุกแล้วเรียบร้อยเข้าไปส่งให้หน่อย

“แหม สองตัวนั้นก็เพิ่งจะคืนดีกัน จะรีบเข้าไปรบกวนทำไมกันนะ” ปาร์คยูชอนพึมพำออกมา แต่เมื่อถูกมือเล็กๆรั้งให้เดินตามเข้าไปร่างโปร่งจึงยอมก้าวขาตามโดยดี

ภายในบ้านพักนอกตัวอาคารใหญ่มีห้องไม่มากนัก แต่ก็ดูโอ่โถงเอาการ ระเบียงปูด้วยไม้สีน้ำตาลเข้มเรียงยาวไปสุดจนถึงด้านหลังที่มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ  ภายในห้องก็มีทั้งเตียงและเสื่อคาตามีที่ปูไว้บนพื้น โดยรวมก็จัดแต่งไปทางสไตล์ญี่ปุ่นเฉกเช่นเดิม
ปาร์คยูชอนเสนอให้วางจานไว้หน้าห้องพักแต่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยนัก คิมจุนซูด้วยความเป็นห่วงจึงยืนกรานจะเอาไปให้เจ้าตัวถึงที่จึงพายูชอนเดินไปจนสุดระเบียงอีกฝาก

ทันทีที่ควันจากน้ำร้อนปรากฏให้เห็น ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็พร่ามัว ลำไผ่ที่เรียงรายล้อมรอบบ่อน้ำร้อนพร้อมผนังกำแพงปิดก้นมิให้เห็นบุคคลภายในแต่กลับมิสามารถกักกั้นเสียงไม่ให้เล็ดรอดออกมาได้เลย แว่วเสียงหอบหายใจปะปนมากับเสียงหวานแผ่วที่จุนซูได้ยินเต็มสองรูหู พลันเรียกให้ใบหน้ากลมๆ แดงระเรื่ออย่างช่วยไม่ได้

“ก็ผมบอกแล้วไงว่ามาผิดเวลา”

.
.
.
ภายในบ่อที่มีไอลอยฟุ้งไปทั่ว ถึงจะมีคนเข้ามาใช้งานแต่น้ำอุ่นๆที่มีอยู่เปี่ยมล้นกลับไม่ไหวไปมาแม้สักนิด ผิวน้ำยังคงเรียบนิ่งและมีควันสีขาวลอยขึ้นอยู่สม่ำเสมอ ปลายต้นสนและกิ่งไม้อ่อนปลิวไหวยามลมหนาวพัดมาด้านนอกมองเห็นได้ชัดเจนผ่านรั้วไม่ไผ่สูง ถัดไปจากตรงนั้น ยอดภูเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเป็นฉากที่ขายได้ดีในหนังสือนำเที่ยวและเป็นวิวทิวทัศน์ที่ใครต่อใครต่างก็ออกปากชมแทบทั้งนั้น

แต่ทัศนียภาพสวยงามรอบข้างไม่เรียกร้องให้ร่างสองร่างสนใจหรือใส่ใจสักนิด พื้นที่เทด้วยหินอ่อนและผนังข้างประตูบานเลื่อนกลายเป็นที่ค้ำยันแผ่นหลังเอาไว้ไม่ให้หลุดร่วงลงไปกองกับพื้น ชุดยูคาตะสีน้ำเงินเข้มหลุดออกเผยลาดไหล่ขาวเนียนเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหยุดริมฝีปากแค่เพียงรสจูบ สัมผัสอุ่นจนร้อนลามไปทั่วเนินอก ดูดดึงยอดอกสีชมพูหวานด้วยความโหยหา มืออีกข้างลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าด้านล่างอย่างเพลิดเพลิน
 
เสียงฝีเท้าที่ลอยเข้ามาจากด้านนอกทำให้สติที่ใกล้กระเจิงเข้าไปทุกขณะตื่นขึ้น ดวงตาปรือปรอยพยายามจับจ้องไปยังบานประตูที่ปิดกั้นไว้เท่านั้น ไม่มีกลอน และไม่มีอะไรเลยที่จะห้ามไม่ให้คนอื่นเข้ามาภายในที่นี้ เสียงนั้นเข้ามาใกล้จนแจจุงแน่ใจอย่างที่สุดว่ามีคนยืนอยู่ด้านนอก

ดูเหมือนคนรุกเองก็รับรู้เช่นเดียวกัน แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักการกระทำเลยสักนิด เรียวปากจุดยิ้มยกขึ้นด้วยความสนุกเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามขัดขืนไม่ให้เสียงน่าอายหลุดออกไป มือจึงขวานผ่านเนื้อผ้าบริเวณต้นขาด้านในลากเล่นไปมาราวกับหยอกล้อ ก่อนจะเลื่อนสูงขึ้นจากเข่าเรื่อยๆ เรียวขาขาวพยายามเบี่ยงสัมผัสจาบจ้วงของมืออุ่น คนขี้แกล้งจึงกดแผ่นหลังให้แนบกับผนังไม่ยอมให้บ่ายตัวหนี ความเบิกบานในใจทวีพุ่งสูงเมื่อเห็นเรียวปากสีชมพูขบแน่น ก้มไล่ชิมความอดทนนั้นก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานหอมช้าๆ 

การขัดขืนเกิดขึ้นได้เพียงไม่นานก็จำต้องยอมแพ้พ่าย มือเรียวขยับขยุ้มเนื้อผ้าเชิ้ตสีดำเข้มของร่างสูงไม่ยอมปล่อย ส่วนอีกข้างออกแรงกดท้ายทอยให้แนบชิดติดยิ่งขึ้น คนที่ยกธงขาวทำได้เพียงตอบรับรสร้อนแรงที่แฝงมากับการกระทำเท่านั้น ปลายร้อนที่แทรกซึมเข้ามาทั้งกวาดทั้งกอบโกยรสชาติทุกอย่างเข้าหาตนเอง ราวกับสัตว์ป่าหิวกระหายอาหารยิ่งนัก คนรุกไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากอิ่มเป็นอิสระนาน ผละออกแล้วบดเบียดกลีบปากเข้าอีกครั้งโดยไม่รอช้า รสจูบวาบหวามและรุนแรงเรียกเสียงครางในลำคอให้หลุดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

เมื่อเสียงฝีเท้าเดินออกห่างจนเงียบไปเท่านั้นแหละ จองยุนโฮจึงยอมปล่อยเรียวปากอิ่มแดงให้เป็นอิสระ แจจุงหอบหายใจหนัก ก่อนจะลงมือตีตรงต้นแขนของคนขี้แกล้งแรงๆ

“นายนี่มัน!” พูดออกมาได้เพียงเท่านี้เพราะหัวสมองไม่อาจสั่งการให้คิดคำพูดอะไรได้อีก ท่อนแขนเหล็กตวัดโอบรอบเอวบางไม่ยอมปล่อยให้หนี

“ก็ไม่ได้กอดแจจุงตั้งหลายคืนแล้วนินา~” ใบหน้าหล่อปั้นยู่ยี่ราวกับเด็กเอาแต่ใจ แต่ไม่เรียกคะแนนความสงสารจากอีกฝ่ายสักนิด

แจจุงเบ้หน้าก่อนจะพูดอุบอิบเบาๆ

“ขอโทษนะ ที่โกหก…”

ดวงหน้าสวยบิดหนีสายตาที่จ้องมอง มือเรียวจับเสื้อของอีกฝ่ายแน่น คนที่จ้องมองไม่ได้ตอบอะไร ร่างสูงฝังใบหน้าตรงซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะไล่ลิ้มชิมรสชาติอย่างเพลิดเพลิน ประทับรอยสีแดงเจือจางบนผิวเนียนขาวไปเรื่อยๆ ก่อนจะก้าวเท้าลงมาจากชั้นเดิมขั้นหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าใต้ชายผ้าด้านล่าง ปลายนิ้วไต่ไล่เล่นบนต้นขาขาวที่โผล่พ้นออกมา จองยุนโฮคุกเข่าลงก่อนจะเงยหน้าสบตาดำสนิทราวฟ้าฟากในยามค่ำคืน

“...โกหกผมไปแล้ว ถ้าจะให้ยกโทษให้ก็ต้องตามใจผมหน่อยล่ะ” น้ำเสียงทุ้มหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างนึกสนุก ร่างบางเมื่อได้ยินคำพูดตอบดังนั้นก็เบิกตากว้าง ใจหนึ่งคิดอยากจะบิดตัวหนีแล้ววิ่งแจ้นไปร่วมวงบาร์บีคิว แต่สายไปเสียแล้ว ร่างทั้งร่างตอนนี้แม้คิดจะขยับก็ไม่ได้สักนิด ในเมื่อสายตาร้อนแรงบ่งบอกความต้องการจับจ้องตนอยู่อย่างนั้นบังคับไม่ให้เรียวขาก้าวหนีได้ ...เป็นยิ่งกว่าโซ่รัดตรึงใดใด สาบเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกเผยผิวกายสมส่วนจนคนมองอดไม่ได้ที่จะลากมือสัมผัสบนแผงอกกว้างกำยำของอีกฝ่าย

เรียวปากเผยอส่งเสียงร้องแผ่วเมื่อมืออุ่นจัดล้วงเข้าระรานลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม มือเรียวทั้งสองข้างทำได้แต่จิกปลายเล็บบนลาดไหล่กว้างระหว่างเรียวขาขาวของตนเอง สัมผัสบางเบาหมุนเวียนรอบกลางลำตัวหยุดลงช้าๆ ก่อนที่ความอบอุ่นจะเข้ากอบกุมส่วนกลาง เนื้อผ้าปลิวไหวตามการขยับของอุ้งมือ แรงกระชากพุ่งขึ้นลงสร้างความเสียวสุขจนควบคุมร่างให้หยัดยืนแทบไม่ไหว เสียงบ่งบอกอารมณ์ดังขึ้นขัดดับความเงียบงันรอบกาย

แต่เพียงแค่นั้นก็มิอาจทำให้หลุดพ้นจากความทรมานนี้ได้ สัมผัสร้อนในโพรงปากเขามาแทนที่ ทั้งดูดดึงสลับกับการคลอเคลียปลายลิ้นร้อนบริเวณส่วนปลายไปเร่งให้หยาดน้ำใสค่อยไหลเยิ้มออกมาช้าๆ แต่ไม่อาจปลดอารมณ์ให้หมดสิ้นได้ในเมื่อจู่ๆร่างสูงก็ผละใบหน้าออกให้ความเคลิบเคลิ้มคั่งค้างเสียอย่างนั้น มือหยาบเลื่อนมาฉุดรั้งให้ร่างเล็กทิ้งตัวบนพื้นหินอ่อนที่ยกสูงขึ้นมาเกือบครึ่งเมตร เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเมื่อเจ้าตัวนึกสนุกกับการได้กลั่นแกล้งร่างที่อ่อนเรี่ยวแรงเพียงเพราะสัมผัสหยอกล้อเบาๆ คว้าเอามือของอีกฝ่ายมากอบกุมส่วนที่สั่นระริกของเจ้าตัวพลางชักนำจังหวะขยับเร่งเร่าให้อารมณ์โหมกระพือขึ้นกว่าเดิม ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างในการกระทำของคนรุก พยายามชักมือหนีแต่มิอาจสู้แรงที่จับควบคุมไว้ได้ ทั้งความทรมานเปี่ยมล้นปนสุขซ่านก็ยิ่งทำให้มิอาจเป็นไปตามที่ใจอยากปฏิเสทเลยสักนิด

“มะ ไม่เอา ...ยุนโฮ ..อ่ะ อ่า” ผิวแก้มแดงซ่านด้วยความอับอายเมื่อน้ำเสียงที่เอ่ยปัดกลับกลายเป็นเสียงครวญแผ่วผาดระงมไปทั่ว มือที่ขับเคลื่อนไม่สามารถระงับได้เพราะอารมณ์และสติหลุดลอยดำดิ่งในรสตัณหา ท่อนแขนอีกข้างถูกประทับจูบก่อนที่คนคุมเกมจะเลื่อนมาบังคับนิ้วเรียวเล็กให้สัมผัสทักทายปากทางร้อนสีอ่อนหวาน แจจุงสบดวงตาเรียวเปี่ยมประกายระยับของอีกฝ่ายก็รู้แน่แล้วว่าคิดอะไรอยู่

“ทำให้ผมดูหน่อยนะ แจจุง”ประโยคเอาแต่ใจปนสั่งกลายๆของประธานหนุ่มลอดผ่านมาในโสตประสาท แม้นภาพสวยงามตรงหน้าก็มิอาจเล็ดเข้ามาในดวงตาสีดำสนิทที่ปรือปรอยได้เลย มือใหญ่ที่ชักนำมือเล็กให้ขยับชักรูดอีกเพียงครู่ก็ปล่อยออก ส่วนนิ้วเรียวอีกข้างค่อยๆถูกบังคับให้สอดเข้าทางร้อนคับแคบอย่างช้าๆ จองยุนโฮกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นคนรักของตนว่าง่ายเช่นนี้ ภาพเบื้องหน้ายั่วเย้าให้อกเขาเต้นรัวแรงจนแทบระเบิด

ใบหน้าสีขาวเจือด้วยสีชาดเข้มบนใบหน้าที่แสดงออกถึงความพึงใจในรสราคะ ริมฝีปากเผยอหอบครางเคล้าเสียงหอบสั่นสะท้านเมื่อยามที่มือเล็กกุมปลายของส่วนกลางของตนเร่งขยับเพิ่มรอบขึ้นเรื่อยๆโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวสักนิด ริมฝีปากแลบลิ้นเลียตามนิสัยเสียที่ติดตัวยั่วยวนให้คนเห็นแทบบ้า หยาดน้ำใสไหลลงจนถึงปากทางคับแคบสีชมพูหวานกระตุกตอดรัดนิ้วเรียวเล็กเป็นจังหวะถี่รัว เรียวขาขาวอ้ากว้างพาให้สาบเสื้อส่วนล่างแยกออกเผยการเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างชัดเจน จนแจจุงซบลงบนลาดไหล่กว้าง ความอับอายก่อเกิดพร้อมความรู้สึกอื่นๆที่พัดโหมเข้ามา หยุดไม่ได้เพียงเพราะรสอารมณ์สมสุขที่เพลิดไปทั่วร่าง  ภาพกิจกรรมงดงามที่ขยับอวดเบื้องหน้ากระตุ้นเร้าตัณหาดิบของผู้ชมให้ตื่นตึงแข็งตัวจนดันผีนผ้าให้นูนขึ้นอย่างง่ายดาย

ลมหายใจถี่กระชั้นพร้อมเสียงหวานครางครวญดังขึ้นก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นการหอบหายใจผ่อนลง ร่างสูงรั้งกลีบปากบางมารับรสสัมผัสดูดดื่มตอบแทนการกระทำหน้าอายหากแต่เย้ายวนเสียจนต้องมอบรางวัลให้ ริมฝีปากคลอเคลียผิวแก้มร้อนผ่าว แนบหลังของคนรักให้ติดกับกำแพงเย็นเฉียบพลางยกสะโพกบางขึ้นสูง กลีบเนื้ออ่อนส่วนลับสั่นระริกพร้อมรับแท่งร้อนขนาดใหญ่ที่ปลดออกจากกางแกงผ้าสีดำเข้าไปจนสุดโคน ผนังเนื้อร้อนสั่นระรัวบีบรัดความแข็งของคนรุกรานจนแทบจะปลดปล่อยความทรมานได้ในทันที ร่างบางรั้งแขนเล็กบนไหล่กว้าง ปลายนิ้วเท้าจิกบนเนื้อหินอ่อนระบายสัมผัสเจ็บปวดระความเสี่ยวซ่าน จุดกระสันโดนสัมผัสแรงด้วยส่วนปลายที่กดลงอย่างแม่นยำเร่งให้ร่างทั้งร่างสั่นไหว ใบหน้าเลิกขึ้นด้วยสัมผัสจากลิ้นชื้นที่เคล้าคลอเคลียไม่ห่าง

“อ่ะ! อึก! … อ้ะ อ่ะ ยุนโฮ~” แรงขยับโยกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไร้วี่แววว่าจะพอ ผิวเนื้อนุ่มอุ่นร้อนบีบรูดไปตามการขยับของแก่นกายที่แข็งตัวภายในร่าง เอวบางสั่นไหวตามการชักนำของคนรุก ความเจ็บในคราแรกถูกลืมเลือนเพราะพิษแห่งรสกามารมณ์ที่ดึงให้จมดิ่งลึกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น 

“บีบแน่นจริงนะแจจุง...”น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบเย้าแหย่คนสวยช่างยั่ว เพลงรักที่สรรสร้างขึ้นดำเนินผ่านยามค่ำคืนส่งให้ใบหน้านวลหลงใหลในบทรักที่ทวีรสร้อนแรงไม่หยุด เสียงหวานกระเส่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อส่วนปลายของสิ่งที่แทรกเข้ามาในร่างกระแทกสัมผัสจุดกระสันเสียวในร่างถี่กระชั้น ลมหายใจร้อนรดบนเนิกอกขาวนวลเนียนพร้อมเสียงครางสั่นทุ้มบ่งบอกถึงความสุขสมแผ่วในลำคอของคนรุกไม่ต่างกัน

“อือ... แรง อีก นะ... อ่ะ ไม่…” ร้องขอยังไม่ทันได้จบประโยค ร่างขาวจัดพลันสะดุ้งผลุดขึ้นตามการขยับเข้าออกที่ทวีความรุนแรงราวพายุโหมกระหนำ คนที่คร่อมอยู่โถมกระแทกดึงให้ความทรมานที่แสนหวานจะได้ขยับเข้าใกล้ที่สิ้นสุดเสียที แท่งเนื้ออ่อนที่โผล่จากสาบเสื้อสีน้ำเงินที่หลุดออกอย่างหมิ่นเหม่เผยส่วนปลายสีแดงที่มีคราบน้ำเหนียวใสไหลซึมออกมา ดวงหน้าหล่อคมหอบหายใจสั่น ทั้งความเกษมสุขและความรัญจวนพุ่งลามไปทั่วร่าง กลิ่นหอมหวานของเรือนกายค่อดบางตรงหน้าเชิญชวนให้กลืนกินไปเสียทุกสัดส่วน มือร้อนกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่แทบปริแตก นิ้วหยาบออกแรงบีบรัดพลางรั้งกระชากอย่างหนักหน่วง ส่วนร้อนที่ฝังในร่างขยายคับแน่นเสียดครูดไปตามผนังเนื้อเกิดเสียงน่าอาย กลีบปากอิ่มแดงควานหาอากาศล่อเลี้ยงร่างกายด้วยความทรมานปนสุขซ่านก่อนที่จะถูกปิดกั้นด้วยเรียวลิ้นร้อนตวัดช่วงชิงรสหวานให้เสียงครางอื้ออึงเกิดเพียงในลำคอ

ทั้งส่วนหน้าส่วนหลัง รวมไปถึงริมฝีปากถูกรุกรานเสียหมดสิ้น ร่างบางบิดเกร็งด้วยฤทธิ์ของคนรุกที่กระแทกกายเข้ามาไม่หยุด แท่งแข็งพองแน่นเสียดสีลึกล้ำรุนแรงจนถึงปลายฝั่ง เขื่อนแห่งความอัดอั้นจนในที่สุดก็ปริแตกออก เรียวลิ้นลากทั่วต้นคอขาวพร้อมเสียงหวีดหวานหูดังขึ้นเมื่ออารมณ์พุ่งพล่านห้วงสุดท้ายจะสูงถึงขีดสุด

มือเรียวบีบไหล่กว้างแน่น เกร็งไปทุกส่วนเมื่อหยาดน้ำพุ่งผ่านมือที่กอบกุม พร้อมสายน้ำที่ฉีดผ่านภายในร่างจนล้นออกมา แตะริมฝีปากซับหยาดน้ำตา ก่อนจะเฝ้าจูบไปทั่วใบหน้า ท่อนแขนแกร่งโอบรัดรอบร่างที่เหนื่อยอ่อนไว้แนบชิดกาย มือเกลี่ยผมสีทองของอีกฝ่ายอย่างนึกเอ็นดู ริมฝีปากกระซิบเสียงแตกพร่า

“ผมรักคุณนะ…เชื่อในตัวผมได้ไหม”

บนใบหน้าหวานคลี่รอยยิ้มบาง มือขาวจัดยกขึ้นทาบแก้มยุนโฮเบาๆ พลางเลื่อนมาสัมผัสที่กลีบปากอิ่มของร่างสูง

“นายรู้รีเปล่ายุนโฮ ...ทำไมฉันถึงยอมมีเซกซ์กับนายตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้เจอกันในบาร์” เสียงหวานเอ่ยออกมาเรียบๆ นิ้วเรียวออกแรงกดลงทาบบนริมฝีปากไม่ให้อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยคำตอบใดให้เสียบท

“คิมแจจุงน่ะ ...ขี้อิจฉานะ เขาก็แค่อยากรู้ว่าจองยุนโฮจะจำเขาได้รึไม่... ทั้งที่ความจริงแล้ว เขากำลังหนี หนีจากโลกใบเดิมของเขา ...โลกของคิมแจอา” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาไม่มีแม้แววขลาด แต่ดวงตาสีรัตติกาลนั้นตางหากที่วูบไหวตามน้ำคำของเจ้าตัว

“เขาทำได้แต่หัวเราะกับโชคชะตาของตนเอง คิมแจจุงไม่ใช่เจ้าหญิง ไม่ใช่ซินเดอเรลล่า เป็นเพียง...พี่สาวใจร้ายที่หลอกหลวงทุกคนบนโลกเท่านั้น”

“จองยุนโฮ นายไม่กลัวเหรอ ...ไม่กลัวว่านายจะโดนเขาคนนั้นหลอก ในเมื่อชีวิตที่ฝ่านมาของคิมแจจุงมีเพียงการโกหกโป้ปดทั้งนั้น” เรียวปากช่างเจรจาถูกปิดด้วยรสจูบอีกครั้ง สัมผัสอ่อนหวานนุ่มนวลหากแต่แฝงแววร้อนรุ่มเจือไปในทุกการขยับเคลื่อนไหว ร่างสูงรั้งเอวบางเข้ามาในอ้อมแขน มือลากบนแผ่นหลังอย่างปลอบประโลม 

“หัวใจที่ผมมีให้ ก็เพราะผมรักคิมแจจุงที่เป็นคิมแจจุง ...ไม่ใช่เพราะอดีต ไม่ใช่เพราะคิมแจอา แต่เป็นคุณ ...เป็นคุณที่ผมได้รู้จัก เป็นคุณที่ผมได้สัมผัส เพราะเป็นคุณ... เป็นคุณเท่านั้น”

“...สิ่งที่ผมกลัวมีเพียงการมีชีวิตที่ขาดคุณเท่านั้น แจจุง เพราะฉะนั้น อยู่กับผม ...อยู่กับผมตลอดไปนะ”
ไร้ซึ่งสุ้มเสียงตอบรับ หากแต่มือเรียวบางสอดประสานกระชับแน่นต่างหากคือคำตอบ เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้าง กอดกระชบร่างเล็กให้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม

“แจจุงคือของขวัญวันคริสมาสที่ดีที่สุดเลย รู้ไหม?”

แม้นอากาศหนาวรอบกายที่โปรยปรายก็ไม่อาจแทรกซึมเข้ามาในความอบอุ่นนี่ได้ ...อุ่นจนซ่านเข้าไปในจิตใจ อุ่นจนความเจ็บปวดของอดีตที่คอยทิ่มแทงละลายหายไปแทบจะในทันที...

 

.
.
.


ร่างเพรียวบางในอยู่ในชุดยูคาตะตัวใหม่ที่คลุมด้วยผ้าหลายชั้นเนื่องด้วยอากาศหนาวรอบกาย หลังจากชำระร่างกายเรียบร้อยแจจุงก็เดินออกไปร่วมวงด้านนอกบ้านพัก กลิ่นหอมฟุ้งจากสบู่กลับคอยยั่วยวนให้คนชอบฉวยโอกาสเข้ามาเกาะแกะเขาไม่ได้ห่าง ปาร์ตี้บาร์บีคิวที่ตอนนี้ผันแปรเป็นการจุดประทัดเล่นขัดกับฤดูกาลไปเสียแล้ว แต่ไม่มีอะไรจะสามารถเป็นบรรทัดวัดให้กับก๊วนเฮฮาทั้งสาม เสียงร้องเพลงเคล้าดนตรีจากถ้วยชามจึงดังขึ้นกลางลานกว้างยามดึกสงัด

แต่สนุกได้ไม่นานนัก ผู้จัดการจุนซูก็เข้าโหมดเคร่งทันที ไล่ให้คนที่กินมานานทั้งสามเข้านอน จึงเหลือเพียงไม่กี่คนที่กำลังนั่งวงสุมกองไฟอยู่ แล้วจู่ๆปาร์คยูชอนก็เสนอน้ำเมาขึ้นมาเสียดื้อๆ พาลให้คนเคร่งระเบียบจัดโวยวายชุดใหญ่ คิมแจจุงจึงอาสาไปยกขนมขบเคี้ยวมาหวังให้จุนซูหายหงุดหงิดแทน

เท้าก้าวเข้าห้องที่ปูด้วยเสื้อคาตามิ ของที่ซื้อมายังคงหลงเหลืออยู่พอสมควร แจจุงหยิบเอาทั้งน้ำอัดลมกระป๋องและของขบเคี้ยวส่งให้ยุนโฮก่อนจะก้าวออกมา แต่ทันทีที่ดวงตากลมโตเห็นบุคคลที่ยืนรอคอยอยู่ ร่างบางก็ตกใจแทบยืนทรงตัวไม่ไหว

ร่างที่ห่มด้วยชุดกิโมโนสีเข้มยิ้มอ่อน มือเรียวจับกันไพล่ไว้เบื้องหน้าคล้ายท่าทางของพนักงานต้อนรับ ปิ่นปักผมส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเมื่อเท้าเรียวเล็กหุ้มด้วยถุงท้าวสีขาวขยับก้าวเข้าใกล้

จองยุนโฮมองหญิงสูงวัยเบื้องหน้าสลับกับคนรักที่ตอนนี้ใบหน้าสวยซีดขาวยิ่งนัก มือเรียวควานจับชายเสื้อร่างสูงราวกับหาที่ยึด ดวงตาสีดำสนิทสั่นระริกเมื่อยื่นมือออกไปแล้วร่างของหญิงคนนั้น ‘สามารถสัมผัสได้’

ไร้ซึ่งสุ้มเสียง ร่างบางของคิมแจจุงค่อยๆขยับเข้าใกล้ ไม่ได้เร็วนัก แต่ขยับใกล้พอที่มือที่เงื่อมขึ้นจะฟาดลงถึงบนใบหน้าที่มีริ้วรอยสูงอายุ แต่ก็ทำได้แค่ยกแขนขึ้นเท่านั้น ดวงตากลมโตวูบไหวพาให้อีกมือที่ถูกจองยุนโฮกุมไว้เย็นเฉียบราวน้ำแข็ง

...พายุพัดเข้ามาแล้ว

เกล็ดหิมะปลิวว่อนไปทั่วลานระเบียง กิ่งสนไหวตามแรงลมเกิดเสียงน่ากลัว หากแต่ร่างทั้งสองที่เผชิญหน้ากันหาได้เคลื่อนไหวไม่ สายตาประสานกันอยู่นานก่อนที่หญิงแปลกหน้าจะเป็นผู้ทำลายความเงียบงันที่ชวนอึดอัด

“ตบเลยสิ แจอา ให้สมกับความผิดของแม่ ที่แม้จะโดนว่ากล่าวหรือลงโทษเพียงใดก็มิอาจชดใช้ได้”น้ำเสียงเรียบปนด้วยความเอ็นดูและขื่นขมในจิตใจ มือกลางอากาศยังคงอยู่อย่างนั้น ก่อนที่เจ้าของจะตัดสินใจลดมันลงอย่างช้าๆ

“ผมไม่ใช่แจอาอีกต่อไปแล้ว ผมไม่มีสิทธิลงโทษคุณ คิมแจอาตายไปแล้ว”

“แต่ก็เกิดขึ้นใหม่เป็นคิมแจจุง แม่ไม่ได้เข้าใจผิดอะไรใช่ไหม...” สิ้นคำเอ่ย ร่างในชุดกิโมโนก็ถูกคนเป็นลูกรวบเข้าไปกอด ร่างที่สูงกว่ากลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งเมื่อมือที่มีรอยเหี่ยวย่นเอื้อมลูบผมเบาๆด้วยความเอ็นดู

“ทำไมไม่ยอมพาผมไปด้วย ทำไมถึงทิ้งผมไว้ในกองเพลิง ทำไม!” เสียงหวานโอดครวญดังแข่งกับเสียงลมที่พัดพาปุยหิมะเข้ามากระทบ เมื่อคิมแจจุงปล่อยตัวคนเป็นแม่ มือเรียวบางก็ทำได้แต่จับไหล่เล็กของสตรีสูงวัยออกแรงเขย่าเบาๆ

“แม่...ขอโทษ” เสี้ยวหน้าที่บ่งบอกชัดเจนว่าในสมัยวัยสาวคงสวยไม่แพ้ใครหม่นหมองลง มือเรียวขาวเนียนที่ผ่านการทำงานหนักเอื้อมมาคว้ามือของยุนโฮให้จับบนมือของคนเป็นลูก คิมยองเอคลี่ยิ้มให้กับคนทั้งคู่

“หากจะให้แม่อธิบาย ลูกเองก็ต้องเล่าให้เขาฟังเหมือนกัน” เงื่อนไขของมารดาไม่ทำให้แจจุงลำบากใจเลยดวงหน้าสวยพยักรับน้อยๆ หากแต่คิ้วเรียวยังขมวดมุ่นด้วยความขัดเคืองเมื่อเดินตามแผ่นหลังของคนเป็นแม่เข้ามาในห้องรับรองด้านข้าง เบาะรองนั่งจัดเรียงเรียบร้อยราวกับรอคอยเขาอยู่

“แล้วจุนซูล่ะ” ชื่อที่เอ่ยไปทำให้ดวงตาสีดำสนิทของคนเป็นแม่สั่นไหว คิมแจจุงเม้มปากแน่นพลางหันมาสบตาเรียวของร่างสูงที่ยังคงสงบนิ่ง

“แม่ได้คุยกับเขาแล้ว แต่แม่ก็ยังไม่กล้าบอก ...เขาดูห่างเกินไป และทุกอย่างมันก็สายเกินจะแก้แล้ว”

“ไม่ได้สายหรอกครับ” เสียงดังขัดบทสนทนาเกิดขึ้นด้านหลัง คิมยองเอหันไปก็พบบุคคลที่สามที่เพิ่งจะเอ่ยถึง จุนซูเลื่อนบานประตูให้ปิดลงก่อนจะกระชับเสื้อคลุมแน่น ใบหน้ากลมมีรอยฝาดของเลือดจากอากาศหนาว เยื้องไปข้างๆปาร์คยูชอนกำลังวางของพะรุงพะรังลงบนพื้น จากสภาพเดาได้ว่าทั้งคู่หนีจากพายุที่จู่ๆก็พัดเข้ามา

“หากคุณบอกผม มันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหรอก แต่อย่างน้อยผมก็จะได้รู้ ว่าแม่ที่กำเนิดผมก็คือคุณ คิมยองเอ …และคิมแจจุงก็คือพี่ชายแท้ๆของผมเอง”

“นายรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“พ่อบอกผม วันที่ผมตัดสินใจมาญี่ปุ่นกับยูชอน ...วันที่ผม ตัดสินใจแลกชีวิตคนกับอิสระของตนเอง” เสียงที่เคยก้องกังวานใสเอ่ยอย่างเจ็บปวด คิมจุนซูและปาร์คยูชอนค่อยๆนั่งลงบนเบาะ ดวงตาเรียวเล็กมีน้ำตาเอ่อคลอยามคิดถึงเหตุการณ์ที่ไม่น่าให้อภัย แต่ยูชอนก็ยอมให้อภัยเขา ถึงกระนั้นความเจ็บช้ำก็ยังคอยย้ำเตือนอยู่เรื่อยมา

เสียงถอนหายใจบางเบาก่อนที่มือเรียวจะบีบกระชับมือของคนรัก คิมแจจุงเม้มปากเน้น เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจแต่ในความตึงเครียดกลับดูยาวนานนับปี

“...คิมแจอาเกิดมาบนการหลอกลวงจึงตายไปพร้อมกับสิ่งนั้น... หากแต่เรื่องที่ฉันจะเล่า คือความจริง ที่แจอาเก็บมันไว้แม้วันตาย ...คือความจริง ที่คิมแจจุงปิดบังมันมาตลอด” เอ่ยด้วยความกดดัน กระนั้นน้ำเสียงยังคงมั่นคง ดวงตาสีรัตติกาลสะท้อนเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านเข้ามาเท่านั้น เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมภายนอกที่ดังอี้ออึงเข้ามาในโสตประสาท

“จุนซู ฉันไม่ใช่พี่ของนาย ...คิมแจจุงคือลูกแท้ๆของคุณนายคิม ลูกชาย ...ของคิมชูยอง”


...เพราะเกิดมากับแม่เลี้ยงใจร้าย
จึงเป็นได้แค่ พี่เลี้ยงใจร้ายเท่านั้น...

หากแต่ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว ในเมื่อนิทานของซินเดอเรลล่า ไม่ได้มีส่วนไหนเขียนไว้ว่าพี่เลี้ยงใจร้ายจะไม่มีวันได้พบความสุข...


“ทุกอย่างมันผิดตั้งแต่วันนั้น ...วันที่คิมแจจุงลืมตาบนโลกก่อนจุนซู ...วันที่คำพนันไร้สาระจะทำให้ชีวิตของคิมแจจุงกลายเป็นคนหลอกลวง …กลายเป็นคิมแจอา”

 

เฉกเช่นเดียวกัน ...เพราะความอบอุ่นยังคงเคียงข้าง...

เพราะมี ‘รัก’ ที่โหยหาทั้งชีวิต...

แม้นมิใช่เจ้าหญิง แต่ก็พบกับความสุขได้...


และเพราะมีจองยุนโฮอยู่ คิมแจจุงจึงไม่หวาดกลัวอีกต่อไป

 

.
.
.

 


[TBC]


Talk : อิ้มม~ ทุกอย่างก็จะเปิดเผยแล้วค่ะ

เอนซีเป็นไงบ้างคะ?
...ตอนนี้ประธานยุนของเราสาวมากค่ะ ผมยาวสวยเชียวแหละ

สวนแจจ๋า ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก “จะกดแจจจจจจจจจจจจจจจจจ” ค่ะ >3<

ก็แจจ่าน่ารัก“น่ากด”ขนาดนี้เลยนินา ฮ่าๆ

ขอตัวไปเที่ยวก่อนนะค่ะ (ไหนบอกเก็บข้อมูล?)  เจอกันไพรเวทฮาร์ท18 ค่ะ ^_________^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาต่อแล้ว ดีใจจัง
NC ถูกใจจริง ๆ ค่ะ
แต่ตอนนี้เริ่มงง ทำไมเรื่องมันดูจะซับซ้อนจัง
หรือเราอ่านข้ามช่วงไหนไป ต้องกลับไปอ่านไหม
ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงไคลแมกซ์ ความจริงจะถูกเปิดเผย
อย่าไปหาข้อมูลนานนะ รอติดตามตอนต่อไปอยู่

#1 By >3< (202.149.24.129) on 2008-04-02 22:17

เป็นNcที่สวยมากๆเลยค่ะ ภาษาสวย จังหวะก็สวย เรื่องก็สนุกด้วย แต่งได้เก่งมากๆเลยค่ะ อ่านได้แบบรวดเดียวไม่มีสะดุดเลย มาเฉลยไคลแมกซ์ไวๆนะคะ จขบ.Fighting!
ปอลอ. แว่บนึงที่เห็นภาพประธานยุนผมยาวซ้อนทับกับตัวละครแจในเรื่องอ่ะค่ะ 555

#2 By Lullaby (210.213.1.250) on 2008-04-03 09:17

คุ้มกะที่รอคอยมานาน NC เรียกเลือดให้พุ่งไปหลายกะละมังเลย

#3 By jaejungmylove on 2008-04-03 14:31

อ้า

NCได้อีกกกก

เหอออออๆๆๆๆ

อย่าหายไปนานน๊า

มาต่อทีไรต้องย้อนกลับไปอ่านตอนเดิม

ทู๊กกกกกกกกกที

ปล.เที่ยวให้หนุกนะ

#4 By NooN (118.172.138.53) on 2008-04-03 16:46

nc ถูกจัยมาก ๆ
ไปตามอ่านตั้งแต่ต้น
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผูกเรื่องได้ชวนติดตามสุด ๆ
ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย

#5 By yunjae4u on 2008-04-03 19:56

อิแปมอัพบลอคคคคคคคคคคคคคค=[]=

ปู้ววววววววววววววววววววววววววววwink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink

ยืนอึ้งไปแปดปี...open-mounthed smile

#6 By Haixne13 on 2008-04-03 22:57

เป็น NC ที่รอคอยจริง (อินี่หื่นอีกsad smile) แต่สนุกมากเลยค่ะ จะรอตอนต่อไปนะ big smile

#7 By silverfox (203.144.221.254) on 2008-04-04 07:14

ยุน แจ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ ๆ ฮิ้ว ๆ ๆ

ต่อเร็ว ๆ น้า

เป็งกำลังใจให้big smile big smile

#8 By rainbow (61.91.95.130) on 2008-04-06 23:27

สู้ๆนะสาวน้อย ... ช่วงนี้โดนตัดขาดจากฟิก เง้ออ

ทำงานหนัก ก๊ากกก >[]< แว้วสาวน้อยจะไป กทม

เมื่อไหร่อ่า บอกด้วยนะ ... อย่าลืมแวะไปเยี่ยม

พี่สาวมั่งนะ >..<

#9 By SheonSah on 2008-04-07 23:21

ในที่สุดก็มาต่อ เอิ๊กสึ ถูกใจมากมาย (จาหื่นไปไหน sad smile)

กำลังจะได้รู้เรื่องในอดีตของแจจุงแล้ว

รออยู่นะค๊า big smile

#10 By double ^p^ (117.47.233.244) on 2008-04-08 23:33

คืนดีกันแล้ว
เห็นด้วยเลยว่า กดแจ กดแจ กดแจ

พาร์ทนี้ดูเหมือนยุนโฮคงรู้เรื่องของแจหมดแล้ว
แต่คนอ่าน งือ ... อยากรู้บ้าง
ตอนแจบอกว่าอิจฉาและอยากรู้ว่าหมีจะจำตัวเองได้ไหม
มันทำให้เราคิดและอยากรู้อยากเห้นมากๆๆเลย
เพราะแบบนี้ก็แปลว่า หมีเคยเจอแจตอนเป็นแจอามาก่อน แล้วที่สำคัญแจในตอนั้นชอบหมีอยู่เหรอ

อยากรู้มากๆๆเลย เอาให้กะจ่าง

#11 By dracula_fon (203.107.202.12) on 2008-04-09 18:58

อ๊ากกกก NC สุดยอด
เทพมั่กๆ

แต่งเก่งมากเลยค่ะ

#12 By คิมแชยอน on 2008-04-23 21:14

งงเล็กๆ เรื่องลำดับเวลา ไรเกิดก่อนเกิดหลัง

เดี๋ยวไปทวนก่อนนะคะ

#13 By ChAo ChAo (118.174.146.197) on 2008-04-27 19:11