[Fic] +++++*Private Heart*+++++ [Heart-0.5]
posted on 11 Mar 2007 22:06 by pampy in PrivateHeart[Fic] +++++*Private Heart*+++++
Author : pampy
Category: Drama, Romance
Pairing: Yunho/Jaejoong
Rating : NC-17 Rate R
เรื่องที่หมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น การกระทำของตัวละครในเรื่องนี้ไม่มีอยู่จริง ทั้งนี้อาจจะใช้ชื่อบุคคลและสถานที่ที่มีอยู่จริง ไม่มีเจตนาที่จะพาดพิงถึงบุคคลนั้นหรือทำให้บุคคลนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด
หมายเหตุ ทีพีโอดี “TPOD” ย่อมาจาก ‘The Pazsion of Deva’
_______________________________________________________________________________
[Heart-0.5]
.
.
.
‘ผมจะพยายามเพื่อความฝันของแจจุงนะ’‘บ้าน่า ไม่ใช่ความฝันของชั้นคนเดียวซะหน่อย’ ‘
ความฝันของเราต่างหาก’
.
.
.
ในห้องซ้อมที่มีสภาพไม่ต่างกับห้องกว้างๆธรรมดา มีเพียงแค่กำแพงที่สามารถเก็บเสียงได้ก็เท่านั้น ผู้ชายสี่คนในห้องกว้างกำลังฝึกซ้อมเพลงที่ใครหากไม่นึกสมัครใจชอบโดยแท้แล้วละก็ คงจะส่ายหัวหนีทันควัน..."แจจุง!....คิมแจจุง!!!!" เสียงคำรามดังจากปากของหนุ่มหน้าสวย ตะโกนเรียกด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน เรียกให้สติที่กำลังหลุดลอยของคนคนหนึ่งให้กลับมา ณ ปัจจุบัน
"นายเป็นอะไรน่ะ มีสมาธิหน่อยสิ" มือเรียวจากเพื่อนขึ้นมาเตะหน้าผากชายหนุ่มร่างบาง
"เปล่า ขอโทษนะ ขอไปห้องน้ำหน่อยได้มั๊ย" แจจุงกล่าวสำนึกผิด ลากร่างกายที่อ่อนล้าเข้าไปยังห้องน้ำ ...
"นี่ ชางมิน นายรู้รึเปล่าว่าแจจุงเป็นอะไร" ตวัดถามด้วยนำเสียงดุดันเช่นเดิม มือเรียวบางของเจ้าตัวหมุนไม้ตีกลองตามความเคยชิน
คนตัวสูงที่หมกหมุ่นกะโน้ตเพลงเงยหน้าขึ้น เหยียดยิ้มเยาะราวกับคนเหนือกว่า
"..พี่ฮีซอลก็ ลืมไปแล้วเหรอ ว่าวันนี้มันวันอะไร""เอ้า!! ถ้าชั้นระลึกได้เองชั้นคงไม่ถามแกหรอก!" พ่นวาจาพุ่งพลานออกมา ใช่ว่าจะด่าเด็กกวนประสาทนี้ให้เจ็บ แต่วาจาแบบนี้กลายเป็นนิสัยประจำตัวของคุณเธอไปแล้ว
ชิมชางมินรู้ดีว่าพี่คนสวยปากเจ็บคนนี้ต้องด่ากลับตามความเคยชิน จึงได้แค่ยิ้มตอบ ไหล่ไหวน้อยๆ
" วันนี้นะ เป็นวัน...พฤหัสนะสิ!! ฮ่าฮ่าฮ่า!! เรื่องง่ายๆแบบนี้พี่ก็ไม่รู้เหรอ" น้องเล็กแต่ตัวโต หัวเราะใส่หน้าฮีซอล แต่ก่อนที่ฝ่าเท้าของรุ่นพี่จะแผลงฤทธิ์ได้ ชิมชางมินก็พูดประโยคสั้นๆอย่างรัวเร็ว แต่กลับอธิบายทุกอย่างได้หมด
"..วันนี้...ปาร์คยูชอนจะกลับมา...ตามคำสัญญา"
ฮีซอลตาเบิกโพล่งทันทีที่ได้ยินชื่อนี้
‘ปาร์ค ยูชอน’
คนรัก หรืออดีตคนรักก็ไม่อาจทราบ ....ของคิมแจจุง …
"อีตาบ้านั้นน่ะ ไม่กลับมาหรอก" เสียงเย็นชาดังขี้น คิมแจจุงสาวเท้าเข้ามาในห้องกว้างอย่างรวดเร็ว ลากเก้าอี้ซอมซ่อมารองรับน้ำหนักของตน
"พี่...รู้ได้ไง...แล้วที่พี่รอมาล่ะ" "ไม่เห็นจะสำคัญเลย กะอีแค่มือเบสหยิ่งผยองคนหนึ่ง...ตามง้อไปก็เท่านั้น""ใช่เลยแจจุง เราก็มีมือเบสชั้นเซียนของเราอยู่นี้แล้วไง" ฮีซอลพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกระทุ้งๆไม้เข้าที่สีข้างของดงแฮ ชายหนุ่มหน้าตาหน้ารัก แต่กลับเงียบขรึมอย่างไร้สาเหตุ
...รอยยิ้มหาดูได้ยากของชายหนุ่มระบายขึ้นเล็กน้อย….
.
.
หลังจากการซ้อมเสร็จสิ้น แจจุงเรียกให้สมาชิกวงทั้งสี่ กำชับทุกอย่างก่อนที่จะปล่อยให้ไปพักผ่อน
"พรุ่งนี้แล้วสินะ ชางมิน ฮีซอล ดงแฮ" กล่าวขึ้นจากปากของหัวหน้าวงที่ควบตำแหน่งนักร้องนำด้วย
"พรุ่งนี้ ที่เราจะมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง...ที่เราทุ่มเทกันมานานข้ามปี ที่เราลงแรงจนแถบเป็นสายเลือด…วันของพวกเรา วันของ ‘The Pazsion of Deva’ กำลังจะเป็นจริงแล้ว" แจจุงกล่าวด้วยดวงตาพราวระยับ ริมฝีปากสวยฉีกยิ้มอย่างมั่นใจ
"ดูแลตัวเองดีดี อย่าเมาจนแฮงค์ อย่ามัวแต่เที่ยวเตร่ ที่สำคัญอย่าตายซะก่อนละ..." คนหน้าหวานพูดด้วยวาจายียวน เรียกเสียงหัวเราะเล็กน้อยจากปากฮีซอลและชางมินได้เป็นอย่างดี ยกเว้นก็แต่ดงแฮที่ได้แต่ยิ้มกว้างส่งให้
.
.
.
มือเรียวสวยโบกมือลาชิมชางมินเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ร่างบางจะปิดไฟห้องซ้อม สายตาพลันไปเห็นรอยตัวอักษรที่ผนัง ถึงแม้ว่าสีจะจางไปมากแล้วก็ตามแต่คิมแจจุงก็ยังอ่านมันออก ไม่สิ...ที่จริงแล้ว ร่างบางจดจำมันได้ขึ้นใจเลยต่างหาก
‘…Kim Jaejoong u r my Deva...’
ประโยคที่ปาร์ค ยูชอนเขียนมันขึ้นเล่นๆ
เจ้าตัวเคยรู้มัย ว่าที่เขียนเล่นๆน่ะ มันถูกใครบางคนเก็บเป็นเรื่องจริงจังซะแล้ว...
หยาดน้ำใสไหลอาบพวกแก้มขาวอย่างเชื่องช้า แม้เวลาจะผ่านไปนานข้ามปี เขาก็ไม่อาจลืม ช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดที่เคยมียูชอนอยู่เคียงข้าง ช่วงเวลาสำคัญของเขา ผ่านมาปีหนึ่งก็ยังไม่เจือจาง ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ
....ตั้งแต่เช้า คิมแจจุงวิ่งออกจากอพาเมนต์คับแคบของตน มุ่งหน้าไปยังร้านอินเตอร์เนตเพื่อเชค เวลาของสายการบินโตเกียว-โซล
...หัวใจเต้นรัวแรงเมื่อชะเง้อมองหาผู้คนที่หลั่งไหลออกจากสนามบิน…
แต่ไม่มีแม้แต่เงาของปาร์คยูชอน….
.
.
.
ขาเพรียวก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย ผ่านท้องถนนที่มีรถผ่านขวักไขว่ มองเห็นสภาพสังคมในเมืองภายนอกดูสวยหรู แต่แท้จริงแล้วผู้คนต่างก็เข่นเขี้ยวใส่กันและกัน แต่ละคนต่างก็ชิงดีชิงเด่น มีแต่การแข่งขันเกิดขึ้น การใช้ความรุนแรงต่างก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นหากเห็นคนชกต่อยกันตามตรอกซอยเปลี่ยวก็กลายเป็นเรื่องชินชาได้อย่างง่ายดาย
แต่เวลานี้ร่างบางไม่มีอารมณ์มาใส่ใจกับสังคมและ คนรอบข้างมากนัก แม้แต่เด็กหนุ่มที่ส่งสายตาทอดสะพานมาให้ เขาก็ไม่สนใจสักนิดเลย มโนความคิดเฝ้าแต่ร่ำร้องหาคนเพียงคนเดียว……ถูกทิ้งจริงๆแล้วสินะ ... ...
แล้วที่รอมาตั้งปีนี้ เพื่ออะไรกัน......ความฝัน ทุกอย่าง...
จบไปตั้งแต่ปาร์คยูชอนออกจากชีวิตของเขาแล้ว ไม่ใช่หรือไง??
มือเรียวบางล้วงเข้าไปในกางเกงสแลคสีดำของตน ควักเอาเศษกระดาษยับยู่ยี่ขึ้นมาดู มือกำแน่นเหวี่ยงออกไปหมายจะทิ้ง แต่เศษกระดาษแผ่นนั้นก็ยังคงคาที่มืออยู่
…ไม่ยอมปล่อย...ทั้งที่ตัดใจแล้วแท้ๆ...
ริมฝีปากสวยหัวเราะอย่างข่มขื่น
ความฝันของชั้น...อยากให้นายได้เห็นมัน...
มือบางยัดเศษกระดาษยับยู่ยี่ไม่เหลือเค้าเดิมเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงอีกครั้ง สบถออกมาเบาๆ
"เรามันงี่เง่าของแท้เลยนะเนี่ย"
มือเล็กเรียวปาดน้ำตาทิ้ง เดินพาร่างอันห่อเหี่ยวของตนมายังร้านบาร์อันคุ้นเคย นึกสมเพชตัวเอง ทั้งที่บอกคนอื่นว่าอย่าดื่ม แต่ตนเองกลับกระหายอยากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซะเอง ขาเรียวยาวพาตนเองมานั่งตรงเคาร์เตอร์ บริกรหนุ่มเอ่ยคำต้อนรับอย่างสุภาพ
"ขอวอกก้า …ออนเดอะร๊อค".
.
.
น้ำเมาสีอำพันถูกยกมาเป็นแก้วที่สอง สีน้ำใสในแก้วบวกกับน้ำแข็งชวนให้ชุ่มช่ำใจช่างน่าลิ้มลอง ร่างบางไม่มีท่าทีมึนเมามากมาย จะมีก็แต่ริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยน้ำ ยิ่งเพิ่มความยั่วเย้า ใบหน้าขาวเริ่มกลายเป็นสีแดงระเรื่อชวนมอง แจจุงรู้ตัวดีว่าถ้าหากเขาเมามายหนักไปกว่านี้ก็คงไม่ดีแน่ จึงละเลียดชิมวอกก้ารสเข้มอย่างเชื่องช้า รอคอยให้เวลาผ่านพ้นไป
"ดื่มด้วยได้ไหมครับ?" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างกาย แจจุงหันหน้าไปก็พบกับใบหน้าหล่อคมเข้ม ที่ตอนนี้ไม่รอคำอนุญาต เจ้าตัวถือวิสาสะนั่งลงข้างกายเขาเสียแล้ว
ใบหน้าคุ้นแบบนี้...เคยเจอที่ไหนกันนะ..."ผม จองยุนโฮ ยินดีที่ได้รู้จัก"
จองยุนโฮ...อ๋อ ประธานบริษัทร้อยล้านนิเอง...ถึงว่า คุ้นหน้าคุ้นตาชะมัด
ร่างบางไม่ตอบอะไร ยกแก้วกระดกน้ำสีอำพัน ลิ้นแดงเลียขอบปากอย่างยั่วยวน นัยน์ตาสีดำสวยสบตากับร่างสูง ยิ้มหวานเรียกให้ใจของจองยุนโฮเต้นรัวแรงอย่างควบคุมไม่ได้
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ท่านประธาน…ผมคงต้องขอตัวก่อน" เอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนที่จะโค้งให้กับท่านประธานหนุ่ม ไม่ลืมที่จะวางเงินค้าเหล้าแจจุงลุกพลางจะก้าวเดิน แต่กลับโดนรั้งข้อมือไว้
"ดื่ม เป็นเพื่อนผมก่อน ผมเลี้ยงเอง"
สายตาคมเข้มสบตากับดวงตาสีนินอย่างมีความหมาย
...แล้วรอยยิ้มหวานก็ถูกส่งให้กับคนร้องขออีกครั้ง....
.
"...ขอตัว...ไปเข้าห้องน้ำก่อน" คำพูดที่เริ่มสั้นห้วน แสดงอาการของคนเมาเล็กน้อย ขาเรียวก้าวลงจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเชื่องช้า มือเรียวเปิดน้ำที่ก๊อกล้างเอาเหงื่อที่ชุ่มบนใบหน้าออก...ฉับพลันร่างกายก็รู้สึกได้ถึงคนที่เดินเข้ามาใกล้ เมื่อเงยใบหน้าหวานขึ้นมาก็พบว่าตนเองเสียท่าให้กับจองยุนโฮเสียแล้ว…
อ้อมแขนแกร่งขังตัวแจจุงไม่ให้ขยับออกไปไหน ริมฝีปากหยักกระซิบตรงใบหูเล็ก
"....ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย" มื่อใหญ่ด้านหลังลูบผ่านเนื้อผ้าอย่างไม่เกรงใจ
"บอกผมหน่อย..."ก้มใบหน้าหล่อเข้าหาความหวานหอมของซอกคอขาว จองยุนโฮแทบจะอดใจไม่ใหวที่จะลองชิมผิวเนื้อเนียนนุ่มกลิ้นยั่วยวนตรงหน้า แจจุงเห็นท่าทางกระหายอยากของคนตรงหน้า ก็ได้แต่ยิ้มกริ่ม ยกแขนขึ้นโอบรอบบ่ากว้าง
มือเรียวบางไล่ไปยังท้ายทอยรั้งให้ใบหน้าหล่อคมเข้ามาใกล้ ลมหายใจรวยรินเจือกลิ่นแอลกอฮอร์ ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ
"แจจุง...คิมแจจุง".
.
.
...ขอโทษนะ ปาร์คยูชอน...
...ชั้นไม่อยาก....รอนายอีกแล้ว...